บทหนังต้นฉบับ “John Wick” เคยวางแผนพระเอกเป็นคุณปู่ขาบู๊ วัย 75 เก๋าและเหี้ยม!

คุณทดลองจินตนาการแล้วก็คิดภาพมองว่า…ถ้าหากหนังแอคชั่นที่ทศวรรษ อย่าง “John Wick” มิได้เป็นอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

แม้กระนั้นเกิดเรื่องราวของขาบู๊รุ่นเก๋า รุ่นคราวราว “คลินต์ อีสต์วู้ด” หรือ “แฮร์ริสัน ฟอร์ด” ดาราหนังรุ่นใหญ่มารับบทแทน มีความคิดว่ามันจะออกมาเปรี้ยงปังแล้วก็ดิบโหดร้ายสาแก่ใจแฟนคลับได้แบบทุกๆวันนี้หรือเปล่านะ? ก็เพราะเหตุว่าโน่นเป็นพล็อตเรื่องต้นฉบับของ จอห์น วิค ฉบับเริ่มแรกที่คุณไม่เคยทราบมาก่อน

โดยข้อมูลดังที่กล่าวถึงแล้วพึ่งจะถูกเผยออกมาในหนังสือเล่มใหม่ที่ว่าด้วยลักษณะการทำงานของหนังแอคชั่นหัวข้อนี้ อย่าง “They Shouldn’t Have Killed His Dog: The Complete Uncensored Oral History of John Wick, Gun Fu, and the New Age of Action” ของ เอ็ดเวิร์ด กรอส กับ มาร์ค เอ. ออลต์แมน ที่พึ่งจะพิมพ์วางขายไปปัจจุบัน

หนัง กอดรีวิว

โดยบางช่วงบางตอนในรายละเอียดของหนังสือเล่มดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ได้ไต่ถามแล้วก็สนทนากับ “เบสิล ไอวานิค” โปรดิวเซอร์ชายหนุ่มที่เป็นผู้สนับสนุนรวมทั้งประดิษฐ์หนังชุด John Wick ตั้งแต่เริ่ม โดยเขาได้เล่าถึงแนวความคิดแล้วก็การทำงานในตอนเริ่มของแผนการหนังประเด็นนี้ ในตอนที่ “ดีเร็ค วัวลสตาด” มือเขียนบทหนังชุดนี้ได้เริ่มวางเค้าโครงแล้วก็กำลังปั้นเรื่องราวออกมา

จากข้อมูลกล่าวว่า ได้คิดแผนจะสร้างภาพยนตร์หัวข้อนี้ให้มีตัวละครหลักเป็นชายสูงสัย อายุราว 75 ปี คล้ายกับซีรีส์ดังช่อง FX อย่าง “The Old Man” ที่ “เจฟฟ์ บริดเจส” นำแสดง เค้าเรื่องแรกๆของ John Wick จะเกิดเรื่องราวของมือสังหารวัยเกษียณอายุ ที่วางปืนมานานกว่า 2 ทศวรรษ แม้กระนั้นเนื่องจากว่าเขาเปลี่ยนเป็นวัตถุประสงค์ ก็เลยจำต้องกลับไปสู่วังวนของโลกมือสังหารอีกรอบ

โปรดิวเซอร์หนัง John Wich ยังบอกเพราะว่า ในตอนแรกนั้น พวกเขาได้วาดรูปว่าจะได้ผู้แสดงรุ่นใหญ่ อย่าง คลินต์ อีสต์วู้ด หรือ แฮร์ริสัน ฟอร์ด มารับบทนี้ ภายหลังที่ได้อ่านบทต้นฉบับบทนั้น แม้กระนั้นปรากฏว่าเรื่องราวได้ถูกปรับเปลี่ยนแปลงรวมทั้งพร่ำสอนไปเรื่อยเมื่อ “คีอานู รีฟส์” ได้เข้ามามีส่วนร่วมในหนัง โดยในทีแรกๆๆเหล่าโปรดิวเซอร์ก็เป็นห่วงว่าจะหาคนใดกันมารับบทนี้ แม้กระนั้นถ้าเป็นคีอานูก็จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างกันมากมาย เนื่องจากว่าเขาอายุน้อยกว่าบทหนังร่างเอาไว้

แม้กระนั้นอย่างไรก็ดี สุดท้ายกลุ่มผู้ผลิตก็ได้ตกลงใจเลือก คีอานู รีฟส์ มารับบทนี้ รวมทั้งปรากฏว่าแปลงเป็นแฟรนไชส์หนังแอคชั่นสุดปังที่สุดในรอบทศวรรษก่อนหน้าที่ผ่านมา เดี๋ยวนี้มีออกมาแล้ว 3 ภาค รวมทั้ง John Wick 4 ก็กำลังจะตามเร็วๆนี้ โดยภาคปัจจุบันของมือสังหารรายนี้ คาดว่าจะถูกเปิดตัวด้านในงาน Comic-Con 2022 ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายอาทิตย์นี้ ที่ปัจจุบัน ไลออนส์เกต ได้ส่งปัญหาบางสิ่งออกมาเรียกน้ำย่อยแฟนคลับให้ตื่นเต้นกันแล้ว

วิวซีรีส์ “บัลลังก์ลวง Artificial City” พากย์ไทย เชือดเฉือนความมันส์ ฟาดฟันความทะเยอทะยาน

“Artificial City บัลลังก์ลวง” ซีรีส์ประเทศเกาหลีแนวดราม่า ลึกลับ จิตวิทยาที่จะพาคุณไปพบกับความร้อนแรงสำหรับการมักใหญ่ใฝ่สูง

การเชือดเชือดต่อสู้ให้ได้มาซึ่งการบรรลุเป้าหมายที่ใฝ่ฝัน โดยในซีรีส์ประเด็นนี้ได้ดารามากเรื่องสามารถอย่าง ซูแอ มาถ่ายวาดลวดลายปล่อยอารมณ์การแสดงอย่างเข้มข้น รวมทั้ง คิมคังอู คิมมีซุก อีอีดัม ที่ทำให้ซีรีส์ประเด็นนี้ยืนยันความดราม่าสุดมัน แบบจัดจ้าอย่างไม่ต้องสงสัย!

รีวิวหนัง pantip

เรื่องย่อ Artificial City บัลลังก์ลวง เกี่ยวกับเรื่องราวของ ยุยงนแจฮี (รับบทบาทโดย ซูแอ) ลูกสะใภ้คนรองของเครือญาติที่ถือครองธุรกิจยักษ์ใหญ่ ในเครือซองจิน กลุ่ม โดยคุณมีบทบาทดูแลพิพิธภัณฑสถานศิลป์ ก่อนที่จะคุณจะได้มาสมรส จองจุนฮยอก(เล่นบทโดย คิมคังอู) ลูกชายนอกกฎหมายของเครือญาติซองจิน กลุ่ม คุณเคยคบกับแฟนเก่า แต่ว่าเลือกที่จะทิ้งเขาเพื่อสมรสกับคนมั่งมี แล้วก็ฐานะมั่นคง แม้ว่าคุณจะสมรสกับจองจุนฮยอกแม้กระนั้นเขาเป็นเพียงแต่ลูกนอกกฎหมาย ด้วยความทะเยะทะยานของยุยงนแจฮี ที่ปรารถนาส่งเสริมให้เขาเป็นผู้นำประเทศเกาหลีใต้ คุณก็เลยร่วมมือกับเหล่าอัยการขั้นสูง เพื่อทำทุกวิธีการให้ได้มันมาตามสิ่งที่จำเป็น

เป็นซีรีส์ที่เข้มข้นจนถึงทายใจทางได้ยาก เนื่องจากว่าเต็มไปด้วยปัญหา เงื่อนนักแสดงที่มากมาย ความทะยานอยากอย่างสุดขั้ว รวมทั้งกิเลสที่ไม่มีหมดของผู้คน รายละเอียดกล่าวได้ว่าดราม่าแบบจำต้องพิจารณา เนื่องจากว่าจุดมุ่งหมายของยุยงนแฮจีเป็นสูงมากสักเท่าไรนัก เลยมีเรื่องมีราวราวของการใช้จิตวิทยา รวมทั้งระทึกขวํญพอเหมาะพอควร ด้วยวิธีทางที่จะทำให้เขามุ่งหน้าไปสู่การบรรลุผล มันมีหลายข้อความสำคัญที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกหนักอารมณ์พอควร แม้กระนั้นหากเป็นคนที่พอใจแนวนี้ค่อนข้างจะบันเทิงใจ และก็ละสายตามิได้เลยสำหรับซีรีส์หัวข้อนี้ ถึงพล็อตแนวนี้จะมีหลายเรื่องแล้ว แม้กระนั้นก็ยังเป็นที่น่าติดตามเนื่องจากว่าสอนเรื่องราวการใช้ชีวิต การมีสติสัมปชัญญะที่อยู่เหนือกิเลส รวมทั้งอำนาจที่ครอบครองจิตใจมนุษย์ ซึ่งถ่ายทอดออกมาก้าวหน้าแล้วก็มีข้อคิดเตือนใจให้ได้เอามาประยุกต์อีกด้วย นอกเหนือจากการแสดงแล้วก็รายละเอียดที่น่าติดตามสำหรับหัวข้อนี้ ด้านมุมกล้องถ่ายภาพ รวมทั้งแสงสว่าง สีของเรื่องยังเป็นตัวกล่อมอารมณ์ให้อยู่ในความต้องการสื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

รีวิวซีรีส์ “One the Woman ตื่นจากฝันฉันเป็นเธอ” รอมคอมพล็อตละครไทย ที่มีสเน่ห์ไม่ธรรมดา!

One the Woman : ตื่นจากฝันฉันเป็นคุณ ซีรีส์ประเทศเกาหลีแนวโรแมนติก / คอมเมดี้ / ดราม่า ที่มาพร้อมโครงเรื่องแบบละครไทย

เอาอกเอาใจแฟนคลับซีรีส์ไปแบบเต็มๆกับความน้ำเสียบ้านแม่สามีบังคับลูกสะใภ้ การช่วงชิงอำนาจ แม้กระนั้นคาดคะเนได้ยากด้วยรายละเอียดเสริมที่เสริมเติมได้อย่างสนุกสนานขึ้น อัปเกรดจากละครไทยไปอีกขั้น พร้อมความตลกที่ไม่สมควรพลาดดู!

เรื่องย่อ โจยอนจู (สวมบทบาทโดย อี ฮานี) อัยการสาวสายดาร์คที่ช่ำชองด้านคดีคอร์รัปชัน เกี่ยวเนื่องกับอันธพาลและก็การรับสินบน วันหนึ่งคุณได้เกิดอุบัติเหตุขณะที่กำลังทำคดีจนกระทั่งสูญเสียความจำไป เมื่อคุณฟื้นขึ้นมาคุณเปลี่ยนไปเป็นคังมีท้องนา บุตรสาวนอกกฎหมายของเครือบริษัทยูไม่น ทั้งยังเป็นเมียของฮันซึงอุค(สวมบทโดย อีซังยูน) ลูกชายในเครือบริษัทฮันจู เนื่องจากว่าคังมีท้องนาเป็นลูกนอกกฎหมาย ทำให้ครอบครัวของกรุ๊ปฮันจูข่มเหงรังแกอย่างมาก แม้กระนั้นเรื่องราวทั้งปวงก็กลับเพราะว่าโจยอนจู ที่จำเป็นต้องสวมบทเป็นคังมีนามีลักษณะท่าทางที่แตกต่างอย่างเต็มที่ก็เลยกำเนิดเกิดเรื่องราวชวนขบขัน พร้อมความสนุกที่พลาดมิได้!

รีวิวหนังnetflix 2022

เป็นซีรีส์ประเทศเกาหลีอีกหนึ่งเรื่องที่มีความคล้ายกับละครไทยข้างหลังข่าวสารภาคเย็น แม้กระนั้นทำเป็นดีแล้วก็มีอรรถรสมากขึ้นเรื่อยๆ ในด้านโครงเรื่องเองถึงจะมีความน้ำเสียอย่างที่เกริ่นไปในเรื่องย่อของครอบครัวผัวที่ไม่ถูกชะตารวมทั้งข่มขี่ต่างๆนานา แม้กระนั้นมีการวางเงื่อนของผู้แสดงที่น่าติดตามอีกทั้งผู้แสดงนำชาย นางเอก(คังมีทุ่งนาและก็โจยอนจู) ซึ่งเป็นปัญหาที่ผูกไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วก็เบาๆมีการคลี่คลายทำให้ตัดรสของความน้ำเสียได้มากพอสมควร การเดินเรื่องที่เบาๆเฉลยคำตอบปม และก็ให้แง่คิดจากการใช้ชีวิตผู้แสดงไปเรื่อยทำออกมาได้น่าดึงดูด ทั้งยังความอิจฉาริษยาอยากได้อำนาจ เรื่องราวก็สามารถอธิบายแล้วก็ได้ผลลัพธ์ของความนึกคิดกลุ่มนี้ได้อย่างเหมาะควร รวมทั้งเอามาเป็นแง่คิดเจริญ

ด้านการแสดงก็คือทำออกมาได้อย่างปังในฉากของความโอเวอร์แอคติ้ง อี ฮานี ก็เล่นได้แบบไม่ห่วงงาม รวมทั้งสามารถเรียกรอยยิ้มรวมทั้งเสียงหัวเราะได้อีกด้วย เป็นสเน่ห์ของเรื่องเลยก็ว่าได้สำหรับผู้แสดงสองผู้ที่เค้าหน้าเช่นเดียวกันแต่ว่าท่าทางแตกต่างเต็มที่ น่าประทับใจรวมทั้งน่ามองการแสดงของคุณเป็นอย่างมากเพราะเหตุว่าเป็นหน้าที่ที่สำคัญมากของประเด็นนี้ ซึ่งคุณทำมันออกมาเจริญ แล้วก็อินไปกับผู้แสดงนั้นจริงๆด้านผู้แสดงอื่นๆก็ไม่แพ้กันแสดงความชั่วร้ายออกมาได้อย่างน่าสมน้ำหน้า เว้นแต่ดารา เรื่องราว แล้วก็ความสามารถการแสดง ส่วนประกอบฉากต่างๆก็ทำเป็นค่อนข้างจะดี ทำให้ประเด็นนี้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบและไม่ควรจะพลาดรับดูจริงๆเนื่องจากเป็นซีรีส์ที่เหมาะสมกับแฟนคลับคนประเทศไทยอย่าง พร้อมอัปเกรดรายละเอียดมาอย่างยอดเยี่ยมไม่เสมือนที่เคยรับดูอย่างแน่แท้!

รีวิวซีรีส์ “Happiness สุขกลายพันธุ์” ระทึกกับโรคระบาดอุบัติใหม่ ต้องเอาชีวิตให้รอด!

Happiness สุขกลายพันธุ์ เป็นซีรีส์ประเทศเกาหลีแนวตื่นเต้น ดราม่า แอกชัน ที่จำต้องเตรียมพร้อมล็อกประตูให้ดี

เพราะเหตุว่าบางทีอาจติดอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับซีรีส์หัวข้อนี้ก็เป็นไปได้ เป็นซีรีส์มีกลิ่นของซอมบี้มาพอเหมาะพอควรสำหรับประเด็นนี้ เนื่องจากว่ากระแสซอมบี้ของทางประเทศเกาหลีกล่าวได้ว่ามาแรงจริงๆแต่ว่าถึงแบบนั้นมันกลับไม่ใช่การหนีเอาชีวิตรอดราวกับเรื่องอื่นๆเนื่องจากว่าเป็นเพียงแต่โรคที่เกิดใหม่ขึ้นมาแค่นั้น!

เรื่องย่อ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่มีผู้คนหลายชนชั้นอาศัยอยู่ผสมปนเปกันไป แม้กระนั้นเมื่อวันหนึ่งเชื้อไวรัสรุนแรงจำพวกใหม่ได้เกิดขึ้นและก็แพร่ระบาดไปทั่วทั้งเมือง ทำให้คนคลั่งและก็มีความประพฤติเหมือนซอมบี้ ทำให้ที่พักที่อาศัยนี้ถูกปิดและก็จำกัดพื้นที่ เหล่าผู้อาศัยอยู่จำเป็นต้องพากเพียรดิ้นรนหาทางเอาชีวิตรอด อีกทั้งความกลัวต่อโรคร้ายและก็ความไม่ถูกกันของชนชั้นต่างๆที่ไม่มีผู้ใดในอาคารนี้น่าไว้วางใจได้เลย และก็พวกเขาจะต้องสืบเสาะหาต้นสายปลายเหตุที่ทำให้มีการเกิดเรื่องราวแบบงี้ พร้อมกับแนวทางจัดการจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมียุยงนอร่อยอม (รับบทบาทโดย ฮันฮโยจู) ตำรวจหญิงหน่วยพิเศษต้านการก่อเหตุร้าย และก็จองอีฮยอน (เล่นบทโดย พัคฮยองชิก) ตำรวจชายหนุ่ม ข้างสอบสวน ที่ฉลาดหลักแหลมรวมทั้งมีปฏิภาณ ที่จะนำพาคุณไปสู่เรื่องราวตื่นเต้นไปในซีรีส์ประเด็นนี้

รีวิวหนัง

เป็นซีรีส์ที่กับเหตุการณ์วัววิด-19 ได้ดีมากๆเลยทีเดียว สำหรับเค้าโครงเรื่องที่มีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการรับเชื้อเชื้อไวรัสจำพวกใหม่ที่ทำให้คนมีลักษณะเหมือนซอมบี้ ที่ถึงจะไม่ใช่แนววิ่งหนีซอมบี้เต็มเปี่ยมเปอร์เซ็นต์ แต่ว่าก็พอเพียงมีซอมบี้ที่เพิ่มความเพลิดเพลินให้กับเรื่องราวได้อยู่บ้าง เพราะว่าเป็นการติดโรคเชื้อไวรัสเพียงแค่นั้น มันก็เลยออกจะเรียบไปน้อยสำหรับบางตอน แต่ว่าก็มีความตื่นเต้นให้ได้ตื่นตาตื่นใจอยู่บ้างตอนการได้รับเชื้อ การเอาตัวรอดในแต่ละตอนของการเดินเรื่อง รวมทั้งการไต่สวนตัวการต้นสายปลายเหตุปัญหาของเชื้อไวรัส

โดยมีคู่ผู้แสดงนำชาย-นางเอกเป็นตัวนำสำหรับในการเดินเรื่องเกือบจะทุกๆตอนเลยก็ว่าได้ ซึ่งอย่างที่เกริ่นไป เรื่องราวบางครั้งก็อาจจะออกจะอิงกับเหตุการณ์วัววิด-19 เพราะว่าบางช่วงบางฉากก็บ่งบอกถึงถึงการล็อกดาวน์ในสถานที่ที่มีผู้ติดโรค การใช้ชีวิตแบบ New Normal รวมถึงความประพฤติปฏิบัติของคนภายในอพาร์ตเมนต์ที่มีหลายชนชั้น ก็จะเป็นตัวที่บ่งบอกถึงถึงความเห็นแก่ได้ การเอาตัวรอด การเกลียดผู้เจ็บป่วยรวมทั้งต่างๆนานา นับว่าเป็นซีรีส์ซึ่งสามารถแอบแฝงเรื่องราวในตอนนี้มาได้อย่างพอดี ดังนี้ก็ยังมีฉากให้ได้หวานของคู่ผู้แสดงนำชาย-นางเอกอยู่บ้าง เพื่อสลับอารมณ์กันไปในแต่ละตอนตอน การเดินเรื่องออกจะไวพอควรเพราะเหตุว่าตัวซีรีส์มีเพียงแค่ 12 ตอนเพียงแค่นั้น เลยทำให้บางจังหวะบางทีอาจไม่แน่ชัดอยู่บ้าง แต่ว่าในรูปภาพรวมของพล็อตและก็การเดินเรื่อง รวมทั้งการแสดงออกมาดีทีเดียว

ส่วนประกอบฉาก แสงสว่าง สี ของหัวข้อนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดีเลิศ การเลือกใช้สีในเสื้อผ้า พร็อบของแต่ละตอนทำออกมาให้เข้าถึงอารมณ์ มูดแอนด์โทนไปในทางเดียวกัน มุมกล้องถ่ายภาพ การตัดต่อและก็เนื้อหานิดๆหน่อยๆออกจะเก็บแล้วก็ทำออกมาได้เพอร์เฟ็ค ไม่สมควรพลาดดูจริงๆสำหรับหัวข้อนี้ แถมตอนที่ซอมบี้ออกมาก็น่าสยดสยอง และก็ระทึกใจมากมาย!

รีวิวซีรีส์ Resident Evil Netflix อ้างอิงเกมตรงๆ แล้วต่อยอดในแบบของตัวเองที่ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก

Resident Evil ซีรีส์ Netflix 8 ตอนสุดท้ายฤดูกาล 1 กล่าวถึงรายละเอียดนิวแรคคูนสิตี้ที่ถูกผลิตโดยอัมเบรลล่ารูปแบบใหม่ และก็กำลังปรับปรุงยาชื่อ หน้าจอย ที่เปลี่ยนมาเป็นฝันร้ายซ้ำรอยอีกที

เกมตามที่ถูกดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขทำหนัง แอนิเมชั่น มาสารพัดสารพัน แต่ว่านี่เป็นหนแรกที่เป็นซีรีส์คนแสดง รวมทั้งเกิดเรื่องราวอ้างอิงต่อจากเกมจริงๆไม่ใช่แนวดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขแบบเวอร์ชั่นหนังที่มีอลิซเป็นตัวเอก โดยเรื่องราวในเรื่องเริ่มปี 2036 ที่โลกล่มสลายไปแล้วจากเรื่องราวสยองขวัญในนิวแรคคูนสิตี้ปี 2022 เป็นการเล่าสองไทม์ไลน์อนาคตกับปัจจุบันนี้ไปพร้อม โดยมีตัวเอกเป็น ญาติพี่น้องแฝดอุ้มบุญ เจดกับใบเสร็จรับเงินลี่ บุตรสาวของ อัลเบิร์ต เวสเกอร์ สมัยก่อนตัวร้ายหลักที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง RE ภาคเกม 1-5 ซึ่งผู้ที่เล่นเกมมาอาจมีปริศนาว่าเพราะอะไรเวสเกอร์ยังอยู่ แล้วก็เพราะเหตุใดเปลี่ยนมาเป็นคนดำ Netflix หาเรื่อง WOKE บิดเบือนนักแสดงหรือไม่ ก็ตอบเลยว่าใช่ เนื่องจากในเรื่องจะมีฉากที่เล่าไปถึงตัวเวสเกอร์แบบเริ่มแรก ในชุดแบบเดิมสวมแว่นดำ แล้วหลังจากนั้นก็อ้างอิงถึงการเสียชีวิตของเวสเกอร์ที่ตรงกับในเกมว่าตายในลาวาภาค 5 รวมทั้งที่พวกเรามองในซีรีส์ชุดนี้เป็นอย่างไร อันนี้คนใดต้องการรู้กดอ่านสปอยล์เอาเองครับ

รีวิวหนัง pantip

ซีรีส์บิดสีผิวของเวสเกอร์ก็จริง แต่ว่าถ้าเกิดละเลยจุดนั้นไปนี่ก็คือทำให้ได้เล่นเรื่องราวใหม่ๆของนิวเวสเกอร์ที่เปลี่ยนมาเป็นบิดาลูกสองในตอนวัยรุ่น ที่จำเป็นต้องจัดการกับปัญหาความผู้ทรยศในตัวคุณ รวมทั้งยังมาเป็นศูนย์กลางของเรื่องมากกว่าแนวผู้จ้างวานลับๆอย่างภาคเกม ทำให้บทของนิวเวสเกอร์มีอะไรน่าดึงดูดหลายประเภท เป็นต้นว่าการที่เขาแปลงเป็นคนเทาๆเอียงไปทางคนดีบิดาของบุตรสาวสุดที่รักคุณจริงๆแต่ว่าก็ส่งผลผลดีจากลูกมาเกี่ยวพันด้วย แล้วก็การไม่เห็นพ้องกับตัวยาหน้าจอยที่จะมาเป็นเคราะห์หามยามร้ายใหม่ของภาคนี้ก็อีก ตัวบทพากเพียรเป็นอย่างมากที่จะลบเวสเกอร์ในเวอร์ชั่นตัวร้ายแบบเดิมออกไปให้หมด ซึ่งหากมองจนถึงจบก็จะรู้ดีว่าทำเป็นเสร็จด้วย นี่เป็นเวสเกอร์ที่มีมิติเลือดเนื้อราวกับมนุษย์มากยิ่งกว่าเดิม แต่ว่าก็ยังคงมีความชั่วและก็น่าสงสัยในเจตนาหลายสิ่งหลายอย่างของเขาอยู่ รวมทั้งเขาก็เป็นตัวดำเนินเรื่องหลักด้วย แม้ว่าจะมิได้อยู่ในขณะอนาคต ปรากฎเพียงแค่ในช่วงปัจจุบัน แต่ว่าก็เป็นตัวละครที่ทำให้เรื่องเดี๋ยวนี้น่าดึงดูดกว่าตอนอนาคตที่ย้ำเพียงแค่บุตรสาวของเขา ส่วนตัวคนเขียนให้ผ่านกับการปรับเปลี่ยนคราวนี้ แต่ว่าบางครั้งก็อาจจะผิดหัวใจแฟนเกมแน่ๆ (จริงๆนักเขียนก็เล่น RE 1-5 มาก่อนนะ)

รีวิว Remarriage & Desires พล็อตน้ำเน่าแบบละครไทย แต่ยกระดับไปไกลเหนือชั้นกว่ามาก

Remarriage & Desires ต้องการรักครั้งลำดับที่สอง ซีรีส์ประเทศเกาหลี Netflix สร้างเอง 8 ตอนสุดท้าย แนวดราม่ารัก ที่เต็มไปด้วยการแก้เผ็ด

เมื่อชีวิตครอบครัวของเมียที่ดีคนหนึ่งล่มสลายเนื่องจากผัวไปคบชู้รักกับสาวในบริษัทกระทั่งขอหย่าคุณ แต่ว่าแล้วเขากลับโดนชู้รักทรยศหักหลังจนถึงทำให้จะต้องฆ่าตัวตาย เมียแสนดีก็เลยจำต้องยืนขึ้นมาต่อสู้ทวงความเป็นธรรมคืนให้ผัวของคุณ ภายใต้การสั่งการชักใยของบริษัทหาคู่ระดับพรีเมียมศูนย์รวมผู้ดีของประเทศเกาหลีมาเอาไว้ในมือ

รีวิวหนัง ambulance

ซีรีส์ประเทศเกาหลีแนวเมียหลวงภรรยาน้อยเอาคืนกันชิงดีชิงเด่นเพศชายผู้เดียวเสมือนละครไทย แม้กระนั้นอัพเกรดไปไกลกว่ามากมายด้วยการมัดเรื่องราวไว้กับบริษัทหาคู่พรีเมียมที่จับลูกค้าแชโบลผู้มีอำนาจในประเทศเกาหลีใต้ไว้ และหลังจากนั้นก็ค่อยๆไต่ระดับจากเรื่องชำระแค้นส่วนตัวสู่การล้มแชโบลผู้ทรงพลัง ที่เต็มไปด้วยผู้แสดงเลวๆพร้อมรุมสกรัมอีกทั้งนางเอกกับตัวนางร้าย ที่ทั้งสองจำเป็นต้องเอาชีวิตรอดจากเกมชิงอำนาจนี้ให้ได้ด้วย ซึ่งบาดใจกันอย่างสนุกสนานแล้วก็สมใจมากมาย แต่ว่าก็ยังคงแนวเรี่องรักโรแมนติกไว้อยู่ โดยวางธีมไว้เป็นตัวละครหญิงม่ายพ่อม่ายเพื่อทดลองจังหวะความรักครั้งที่ 2 ว่าจะเลือกอำนาจเงินทองหรือเชื่อในความรักซ้ำอีกรอบกันแน่

ความน่าดึงดูดใจของหัวข้อนี้เป็น REX (เร็กซ์) บริการหาคู่ที่จัดคลาสคนตามฐานะทางด้านการเงินเกียรติศักดิ์ โดยไม่สนใจปัญหาอะไรส่วนตัวของสมาชิกเลย ซึ่งตัวผู้ครอบครอง CEO เป็นสาวใหญ่ที่สมรสกับมหาเศรษฐีแชโบลคนหนึ่ง ซึ่งถูกจัดเกรดไว้ชั้นสูงสุดที่เรียกว่า ซูเปอร์กางล็ค และก็คุณเองก็หมายมั่นเอาทรัพย์สินของชายแก่ที่สมรสด้วย พร้อมกับยังทำธุรกิจหารคู่พรีเมียมให้ไฮโซโดยข้างหลังเพียงแค่ความมั่งมีของเงินทองทางธุรกิจ ก็คือแนวความคิดสมรสเพื่อผลตอบแทนล้วนๆอีกทั้งจากบิดามารดา ตัวลูกเองที่ต้องการมั่นคงอัพเกรดตนเองขึ้นไปอยู่ในจุดสุดยอดเป็นเยี่ยมในแชโบลประเทศเกาหลีด้วย ซึ่งถ้าหากผู้ชมรู้เรื่องอิทธิพลที่มีอยู่จริงของประเทศเกาหลีก็จะอินเข้าไปอีกว่าเพราะเหตุไรคนภายในหัวข้อนี้ถึงกระสะเออะระสนมานะให้ได้มาซึ่งการเป็นแชโบล เนื่องจากว่าโน่นเป็นทางลัดไปสู่อำนาจที่จีรังยั่งยืนของประเทศเกาหลีใต้นั่นเอง

รีวิวหนัง The Witch: Part 2 – The Other One แม่มดยังโหด..แต่เสน่ห์กลับหาย

The Witch: Part 2 มาสืบต่อกับหนังแอคชั่นตื่นเต้นภาคต่อ ที่คงจะเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์หนังจากประเทศเกาหลี

นี่เป็น “The Witch: Part 2 – The Other One แม่มดฆ่า 2” ที่มาสืบต่อเรื่องราวจากหนังภาคแรกเมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ ที่บางบุคคลบางครั้งก็อาจจะลืมไปแล้ว นี่เป็นหนังที่ใส่ร้ายเขย่าขวัญเข้ามากับฉากแอคชั่นชักชวนสยดสยอง เป็นหนังที่เต็มไปด้วยลักษณะของสูตรสำเร็จ ถึงแม้ภาคนี้จะแอบรู้สึกได้กระจ่างว่า…เสน่ห์เริ่มแรกนั้นได้เลือนหายไป

The Witch: Part 2 – The Other One เกิดเรื่องราวของเด็กหญิงได้ตื่นมาอยู่ภายในห้องทดสอบขนาดใหญ่ คุณได้อุตสาหะหลบซ่อนออกมาจากตรงนั้น ทำให้ได้มาเจอกับ คยองฮี ที่เพียรพยายามคุ้มครองปกป้องคุณจากกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมาย แต่ว่าเมื่อเด็กหญิงจะต้องประจันหน้ากับพวกมันด้วยตัวเองโน่น คุณสามารถเอาชนะได้ด้วยกำลังวังชาที่มากมายอย่างน่าทึ่ง ในเวลาเดียวกันก็มีคนอีกกรุ๊ปหนึ่งตามไล่ล่าเด็กคนนี้อยู่เหมือนกัน คุณผู้นี้เป็นผู้ใด? แล้วเพราะอะไรถึงมีคนใดอยากได้ตัวเด็กผู้หญิงผู้นี้กันเท่าไรนัก?

รีวิวหนัง netflix

พูดได้ว่ากลับมาสืบต่ออีกรอบ ที่เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเป็นความบากบั่นที่จะยกฐานะและก็ปลุกปั้นสร้างเป็นแฟรนไชส์หนัง The Witch ขึ้นมาประดับประดาแวดวงหนังประเทศเกาหลี ภายหลังที่ภาคแรกออกฉายไปเมื่อปี 2018 แล้วก็จัดว่าทำกระแสตอบรับออกมาได้ค่อนข้างจะน่าพึงพอใจดี กลับมาในคราวนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการเล่าในอีกส่วนที่ขยายออกไป รวมทั้งเดินเรื่องตลอดจากภาคก่อนที่จะปูเอาไว้ ถึงแม้คำตอบของความมานะบากบั่นนั้นจะยังออกมาได้ยังไม่สุดทางสักเท่าไหร่ก็ตาม

ผู้กำกับ “พัคฮุนจอง” จากภาคแรกยังคงกลับมาสืบต่อเรื่องราวในพาร์ทนี้อีกรอบ แน่ๆว่าเขารู้จักแนวทางแล้วก็ส่วนประกอบหลักของหนังหัวข้อนี้อย่างดีเยี่ยม ทำให้หนังยังสามารถคงจะคอนเซ็ปต์ดิบโหดร้ายและก็โหดเหี้ยมแบบไซไฟเอาไว้ได้ดิบได้ดีเป็นต้นว่าเดิม ส่วนประกอบรวมทั้งวางแบบงานสร้างต่างๆจัดว่าถ่ายทอดออกมาได้ออกจะดีตามมาตรฐานเดิมที่เขาเคยสร้างเอาไว้ ถึงจึงควรพูดตรงไปตรงมาเลยว่ายังมีสิ่งที่หายไปในหนังภาคนี้ก็คือ เสน่ห์ของหนัง ที่ออกจะหายไปอย่างโชคร้าย

The Witch: Part 2 – The Other One ถือได้ว่าเป็นการเล่าอีกด้านที่เป็นส่วนต่อขยายจากภาคแรก มีจุดที่เชื่อมโยงต่างๆเอาไว้พอสมควร ถือว่าการเดินเรื่องของภาคนี้เป็นไปตามสูตรสำเร็จแบบเดิม ราวกับหนังสำเร็จรูปทั่วๆไป ตลอด 2 ชั่วโมงของหนังไม่ค่อยชี้แจงเนื้อหาเชิงลึกออกมามากแค่ไหนนัก แต่ว่าได้หยอดเงื่อนปัญหาทีละเล็กทีละน้อยออกมาแบบไม่ไม่อ้อมค้อมเท่าใด ให้ความรู้ความเข้าใจสึกราวจะกั๊กเอาไว้ ถ้าว่าจะทำหนังออกมาในภาคถัดไปในทำนองนั้น

โทนของหนัง แม่มดฆ่า 2 ภาคนี้นั้นราวนั่งดูหนัง X-Men พวกมนุษย์กลายพันธุ์ของทางฝั่งฮอลลิวูด แม้กระนั้นกล่าวร้ายหลอนฉบับทวีปเอเชียเข้าไปแทน บอกตรงๆหนังประเด็นนี้มีความคล้ายกับ The New Mutants (ไม่วแทนท์แบบใหม่) หนังมนุษย์กลายพันธุ์ที่เพิ่งออกฉายไปเมื่อไปนานนี้ (แม้กระนั้นทำผลได้น่าผิดหวัง) เนื่องจากว่าหนังมาในโทนนั้น เพียงจังหวะค่อนข้างจะเงียบกว่า รวมทั้งออกจะอยู่เฉยมากมายไปสักนิด

รีวิวซีรีส์ “บทเรียนรักฉบับนายเพลย์บอย Why Women Love”

บทเรียนรักฉบับนายเพลย์บอย Why Women Love เป็นซีรีส์แนวโรแมนติก คอมเมดี้ ที่จะพาคุณยิ้ม และก็หัวเราะไปกับการเต๊าะสาวน้อยพี่

กระทั่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดเป็นความกระปรี้กระเปร่าๆต่อกันแล้วก็กัน แต่ว่าเรื่องราวความเกี่ยวข้องของทั้งคู่คนจะเป็นอย่างไร เมื่อคนหนึ่งเป็นผู้จัดการสาวบ้างาน รวมทั้งชายหนุ่มเพลย์บอยสุดฮอต จะต้องไปลุ้นติดตามความน่ารักน่าเอ็นดู น่ากอดกันต่อในซีรีส์ได้เลย

รีวิวหนัง การ์ตูน

เรื่องย่อ แรงวเจียงเยว่ (เล่นบทโดย จินเฉิน) ผู้จัดการสาวสวยที่ค่อนข้างจะตั้งใจจริงกับการทำงาน โดยบริษัทคราวคุณปฏิบัติงานอยู่กำลังจะเปิดตัวแอปพลิเคชันหาคู่ คุณก็เลยได้ประกาศว่าคุณจะเป็นผู้ใช้คนแรกที่จำต้องได้สละไม่มีคู่ด้านใน 3 เดือนผ่านแอปพลิเคชันของบริษัท แต่ว่าก็เกิดเรื่องราวที่แสนท้าเนื่องจากคุณไม่เคยมีความรัก แม้กระนั้นชะตากรรมจากฟ้าก็พากลับ เนื่องจากประธานบริษัทอยากถ่ายทอดงานให้กับลูกชาย ทำให้คุณได้เจอกับกู้เจียสิน (สวมบทบาทโดย หวังจื่ออี้) ชายหนุ่มเพลย์บอยสุดหล่อแสนฮอต แล้วก็จำต้องรับหน้าที่สอนงานให้กับเขา เรื่องราวความรักก็เบาๆก่อตัวขึ้นเมื่อกู้เจียสินดันหลงเสน่ห์แรงวเจียงเยว่เข้าให้

เป็นซีรีส์เบาๆมองสบายแบบเครียดน้อยลงได้อย่างเต็มที่สำหรับหัวข้อนี้ การเดินเรื่องค่อยเป็นค่อยไป ให้ได้มองเห็นถึงความเกี่ยวเนื่องที่เติบโตที่ละขั้น แม้กระนั้นทำออกมาได้กระชับไม่ไม่จบสิ้นให้ได้สัมผัสกับกับความรัก ความสนุกสนาน ความลึกล้ำแสนโรแมนติกของแต่ละตอนได้อย่างจุใจ เคมีความหวานให้ผ่านแบบคะแนนเต็มเนื่องจากว่าฟินจิกหมอนจนถึงนอนยิ้มไม่หยุด ซึ่งนอกเหนือจากความหวานของคู่พระนาง พวกเรายังได้สัมผัสกับความเฮฮา ตลกในหน้าที่การแสดงอีกด้วย เป็นซีรีส์โรแมนติก คอมเมดี้ที่กลมกล่อมละมุนละไมมีมิติเป็นอย่างมากทีเดียว แล้วก็ยังเสริมเรื่องราวการใช้ชีวิตการทำงาน ความเกี่ยวพันแฟนและก็การออกเดทจากตัวแกนเรื่องแอปพลิเคชันหาคู่ได้อย่างพอดี สามารถเอามาประยุกต์ในชีวิตได้ ถ้าเกิดพวกเราจะต้องไปออกเดทกับใครซักคนหนึ่ง ซีรีส์หัวข้อนี้เป็นที่พึ่งพิงให้ได้เตรียมพร้อมอย่างยอดเยี่ยม

รีวิวหนัง Persuasion กับชั่วโมงต้องมนต์(รัก) นั่งฟังเพื่อนสาว..เม้าท์พรรณาพาเพลิน

ถึงเวลามาล้อมวง..มานั่งฟังสหายสาวรำพันและก็ประจันหน้ากับความรักที่ยังมูฟออนมิได้ ในต้นแบบฉบับเบื้องหลังเป็นศตวรรษที่ 19 รวมทั้งนี่เป็นหนังโรแมนซ์พีเรียด

“Persuasion” ที่มากับจังหวะการเล่าเรื่องที่สะกิดใจและก็เล่นกับผู้ชมได้อย่างดียิ่ง จวบจนกระทั่งในตอนนี้มันได้แปลงเป็นอีกหนึ่งหนังรักที่ทำให้พวกเราชอบใจในรอบปีนี้ไปเป็นระเบียบแล้ว…

Persuasion เล่าราวในตอนศตวรรษที่ 19 แอนน์ เอลเลียต หญิงสาวความคิดยุคใหม่ที่มีความคิดความอ่านเป็นของตนเอง คุณอาศัยอยู่กับครอบครัวหัวสูงที่กำลังจะล้มละลาย เมื่อ เฟรดริก เวนท์เวิร์ท ชายหนุ่มหล่อมีเสน่ห์ที่คุณปลดปล่อยให้หลุดมือไปหวนเข้ามาในชีวิต แอนน์ก็เลยจำต้องตกลงใจว่าจะทิ้งอดีตกาลไว้เบื้องหน้าเบื้องหลังหรือจะกระทำตามหัวใจเพื่อจังหวะตนเองอีกที

เกือบจะไม่ต้องมุ่งหวังอะไรเลย เมื่อได้ยินว่านี่เป็นหนังรักที่ปรับเปลี่ยนมาจากหนึ่งในนิยายคลาสสิกของ “เจน ออสเต็น” เพราะว่าคำกลอนของคุณล้วนแล้วแต่ซ่อนกิมไม่กในทางความเกี่ยวพันที่ลึกซึ้งแล้วก็แยบคายอย่างดีเยี่ยม ด้วยเหมือนกันใน Persuasion ก็ตอบปัญหาในด้านนี้ได้อย่างดีเยี่ยม หนังมากับภาษาที่งดงามแล้วก็พล็อตเรื่องที่นุ่มนวลอย่างดีเยี่ยมเป็นส่วนประกอบที่ช่วยเหลือกันได้ดี แม้ว่าจะอยู่บนรากฐานของความเป็นนิยายรักน้ำเสียก็ตาม

หนึ่งสิ่งที่สะดุดตาของหนังจากนิยายของ เจน ออสเต็น ก็คือจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างจะน่าคลั่งไคล้และก็ตรึงใจ ซึ่งใน Persuasion ก็แงะเอายุทธวิธีการเล่าออกมาได้น่ามองดูมัยยิ่งนัก ด้วยการเดินเรื่องราวความรักที่แสนจำต้องทำให้ผู้ชมรู้สึกหวิวภายในจิตใจกับปัญหาความรักของผู้ที่ยังมูฟออนจากรักเก่ามิได้ เป็นสูตรสำเร็จที่ยังคงเวิร์กเสมอ และก็อีกจุดที่เป็นเสน่ห์ของหนังประเด็นนี้ก็คือการเล่าเรื่องแบบให้ผู้ชมได้มีอารมณ์แล้วก็ส่วนร่วมไปด้วย

รีวิวหนังสนุกๆ

นี่เป็นผลงานการดูแลของ “สนใจปรี่ แครกเนลล์” ที่มาจากสายละครเวที นี่เป็นสำเร็จงานหนังใหญ่แบบสุดกำลังแล้วก็มุ่งมั่นเรื่องแรกๆของคุณเลยก็ว่าได้ รวมทั้งถือได้ว่าเป็นการถ่ายทอดงานออกมาได้ค่อนข้างจะถูกใจ รวมทั้งเก็บเนื้อหาต่างๆได้อย่างน่าประทับใจ เปลี่ยนเป็นหนังรักพีเรียดที่เต็มไปด้วยรสจัดจ้ารวมทั้งเสริมมิติรสพวกนั้นได้ดิบได้ดีด้วยตัวรายละเอียดของมัน

เสน่ห์สำคัญๆของผลงานจาก เจน ออสเต็น ก็คงเป็นมิติของนักแสดงต่างๆที่ชอบขับออกมาได้น่าคลั่งไคล้เกือบจะทุกติดอยู่แรกเตอร์ และก็ประเด็นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องละเว้น เนื่องจากว่าทุกนักแสดงของ Persuasion มีความดกความบางในตัวของตนเองทั้งหมดทั้งปวง รวมทั้งเสน่ห์ของตัวละคนนี่เองเป็นส่วนประกอบที่ช่วยยกฐานะให้กับหนังประเด็นนี้ออกมาได้น่าประทับใจเพิ่มขึ้น

และก็เมื่อได้เรื่องแสดงระดับมือโปรของ “ดาโกต้า จอห์นสัน” ที่อีกทั้งน่าคลั่งไคล้และก็แวววาวเสน่ห์ไปตลอดทั้งเรื่อง การแสดงที่น้อยแม้กระนั้นมากมายของคุณเป็นจังหวะที่กำลังถ่ายออกมาได้พอดิบพอดี และก็เสน่ห์ของคุณก็ช่วยเปล่งแสงและก็ทำให้หนังเจิดรุ่งเรืองไปได้ตลอดทั้งเรื่อง แล้วก็หน้าที่นี้ที่คุณได้รับการผลักดันเจริญ และก็คุณก็ช่วยขับเสน่ห์ให้กับการเป็น แอนน์ ในแบบที่ผู้ชมจำเป็นที่จะต้องถูกใจ

ถึง Persuasion จะเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆของหนังสไตล์ย้อนยุคเมืองผู้ดีอะไรอย่างงี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีรสที่ไม่ได้แตกต่างกับหนังกับซีรีส์สไตล์นี้ที่พวกเรามองเห็นกันเป็นประจำแน่ๆว่ามีความ “Pride & Prejudice” แล้วก็ “Bridgerton” ผสมปนเปกันออกมาได้รสที่กำลังพอเหมาะพอดี เป็นความบันเทิงใจแบบจำเจที่ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่เชิญชวนคลั่งไคล้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งเมื่อสัมผัสไปถึงจุดหมายปลายทาง…ก็พบว่านี่เป็นหนังรักย้อนยุคที่ชักชวนฟินดี

Persuasion จำเป็นจะต้องกราบแคสติ้งเยี่ยมยอดที่สามารถช่วยส่งเสริมหนังหัวข้อนี้อย่างดีเยี่ยม เว้นเสียแต่เสน่ห์เริ่ดๆของ ดาโกต้า จอห์นสัน แล้ว ยังมี “เฮนรี่ โกลดิ้ง”, “ริชาร์ด อี. เอ็งรนต์”, “คอสโม จาร์วิส” หรือ “นิกกี้ อามูก้า-เบิร์ด” ที่ถือได้ว่าเป็นกลุ่มดาราหนังดรีมทีมที่มาเป็นส่วนประกอบเสริมที่ยกฐานะหนังหัวข้อนี้ได้อย่างเพลิดเพลินใจดี

สรุปว่าในรูปภาพรวมนั้น Persuasion ก็บางทีก็อาจจะเป็นเพียงแค่หนังรักขยะๆเรื่องหนึ่งที่เต็มไปด้วยความซ้ำแล้วซ้ำอีกรวมทั้งน้ำเสียแบบสูตรสำเร็จ แม้กระนั้นหนังมีจังหวะการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างจะทำให้หนังมองบันเทิงใจไปตลอดทั้งเรื่อง ได้โอกาสมนักแสดงที่ล้นไปด้วยเสน่ห์ที่ดี ถึงจะยังไม่ใช่หนังของ เจน ออสเต็น ในระดับมาสเตอร์พีช แม้กระนั้นพวกเรากลับหลงใหลหนังหัวข้อนี้อย่างชี้แจงผิดเช่นเดียวกัน ทราบแต่..มันก็สนุกสนานดีนะ

รีวิว The Man from Toronto ชายจากโตรอนโต้ ผู้ชอบกินทุเรียนและฆ่าคน

The Man from Toronto หนังแอ็คชั่นเกี่ยวกับผู้ที่ไปอยู่ไม่ถูกที่ผิดทางกระทั่งโชคไม่ดีซ้ำดวงไม่ดีซ้อน

เปลี่ยนเป็นมหากาพย์ระเบิดเทือกเขาเผากระต๊อบ นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความวายป่วงเกินความคาดหวัง ผลงานการแสดงของเควิด ฮาร์ทที่มาจับคู่แบบบังเอิญกับวูดดี้ ฮาร์เรลสัน The Man from Toronto สมญานามมือสังหารจากเมืองโตรอนโต (วูดดี้ ฮาร์เรลสัน) คนรับงานไปรีดคาดคั้นข้อมูลที่ได้รับมาจากเหยื่อ เพื่อนำข้อมูลไปให้กับลูกค้า ความสามารถความทารุณไร้มนุษยธรรมของเขาเป็นที่โด่งดังในแวดวงมาเฟียทั่วโลก ส่วนทางด้านเท็ดดี้ แจ็คสัน (เควิน ฮาร์ต) ผู้ฝึกสอนตกต่ำที่บากบั่นจะสร้างชื่อจากการเป็นยูทูปเบอร์สอนต่อยมวย แน่ๆว่าทุกสิ่งล่มหมดท่า

ความฉิบหายของชีวิตเท็ดดี้ยังไม่สิ้นสุดเท่านั้น เมื่อเขาคิดแผนจะเมียไปเซอร์ไพรส์วันเกิดที่โรงแรม กระต๊อบชายทะเลสาบแต่ว่าด้วยประสิทธิภาพของปริ้นท์เตอร์เตอร์ที่น้ำหมึกใกล้หมด ทำให้เลขที่ของห้องเช่าผิดเพี้ยน ทำให้นายจ้างดันรู้ผิดว่าเท็ดดี้เป็นโตรอนโต และก็ความดวงไม่ดีซ้ำๆซากๆก็ถั่งโถมใส่เท็ดดี้อีกตลบ เมื่อ FBI บุกยังจุดเกิดเหตุเพื่อจัดแจงเหตุให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ว่าในระหว่างนั้นเองนายจ้างได้ส่งภาพของเท็ดดี้ไปให้นายใหญ่ของพวกเขา เพื่อการันตีรูปร่างหน้าตา

รีวิวหนัง

เท็ดดี้ควรต้องตกกะไดพลอยโจน เมื่อ FBI ให้เขาจะต้องปลอมตัวเป็นโตรอนโต แลกกับการปลดหนี้สินบัตรเครดิตก้อนโต และก็ให้พาเมียของเขาไปช้อปปิ้งวันเกิด ขณะที่ทางโตรอนโตเองอุตสาหะติดตามของเท็ดดี้ เพื่อทวงตัวตนของเขากลับมา นำมาซึ่งการทำให้ทั้งสองจะเป็นจำต้องพึ่งพิงกันและกันเพื่อภารกิจของตนดำเนินไปได้ตลอดรอดฝั่ง ถึงแม้ว่าภาวะความข้องเกี่ยวของผู้แสดงสองคนนี้บางครั้งอาจจะเป็น “ลิ้นกับฟัน” ก็ตาม

The Man from Toronto ได้ผลการงานควบคุมของแพทริก ฮิวส์ ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักจากการควบคุม The Expendables 3 ก่อนจะมาดังเปรี้ยงปร้างภายหลัง The Hitman’s Bodyguard ที่ได้รับความนิยมถล่มทลายจนกระทั่งมีภาคต่อตามออกมาในชื่อ Hitman’s Wife’s Bodyguard ซึ่งเรื่องข้างหลังนี้นับว่าเป็นหนังแนวคู่ซี้ที่มองไม่น่าจะจับคู่ไปร่วมกันได้ โดยจะว่าไปแล้วส่วนประกอบของ The Man from Toronto ก็มิได้มีอะไรแปลกใหม่ เป็นผู้แสดงที่เป็นเสมือนขั้วตรงกันข้ามจะต้องมาเกาะติดคู่กัน คนหนึ่งขี้บ่นปากไม่หุบ ในขณะอีกคนก็ไม่พูดไม่จาไม่ค่อยพูดต่อยหนัก

โชคร้ายที่ The Man from Toronto มานะวางตัวเองให้เป็นหนังแอ็คชั่นเบาสมอง แม้กระนั้นก็จำเป็นต้องสารภาพว่าบรรดามุกขำขันที่ปรากฏอยู่ในหัวข้อนั้นออกจะ “กริบ” ในส่วนของฉากแอ็คชั่นก็มิได้น่าชักชวนลุ้นนัก หลายๆฉากพวกเราเคยได้เห็นผ่านตามาแล้วในหนังแอ็คชั่นนับไม่ถ้วน แต่ว่าถึงแบบนั้นยังมีหนึ่งฉากที่พวกเราออกจะถูกใจเป็น ฉากจุดไคลแมกซ์ลำดับที่สองตัวนำจำเป็นต้องปะทะกับผู้ร้ายในยิมมวยของนายจ้างเท็ดดี้ซึ่งถูกถ่ายทำเป็น “ทดลองเทค” (Long Take) ยิงยาว นับว่ามีการดีไซน์งานสร้างที่จัดแจงคิวบู๊ได้อย่างน่าดึงดูด

แม้ว่าจะมิได้มีอะไรใหม่ แต่ว่า The Man from Toronto เปิดสตรีมมิ่งมองเพลิดเพลินๆก็มิได้ชั่วร้ายอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียวนัก แถมผู้แสดงนำอย่างโตรอนโตยังถูกใจรับประทานทุเรียนอีกด้วยนะคุณ